9 ข้อ รู้ครบ จบปัญหาเว็บไซต์เงียบเหงา ไม่มีคนเข้า
คอร์สเรียน Website Optimization จาก IDMCouncil
“ภายใต้วิกฤตโควิด-19 เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างจากผู้บริโภคในตลาดออนไลน์ ซึ่งสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด
คืออัตราการเข้าถึงธุรกิจจากทางเว็บไซต์มากกว่าเดิมหลายเท่า ในขณะที่การใช้โฆษณานั้นลดลง”
แสดงให้เห็นว่าในช่วงเวลานี้เว็บไซต์เป็นเครื่องมือสำคัญ แต่ประเด็นอยู่ที่ว่า ณ ปัจจุบัน เว็บไซต์ของคุณนั้น “พร้อม” ขนาดไหน มาสำรวจเว็บไซต์ของคุณ ให้พร้อมสำหรับการต้อนรับลูกค้าจากโลกออนไลน์ ด้วย Checklist ในบทความนี้ได้เลย
1. Optimize Website ให้ไม่ล้าสมัย
จากผลสำรวจพบว่า 94% ของผู้ใช้งานเว็บไซต์ กดออกทันทีที่เห็นว่าเว็บไซต์ที่ไม่สวยงาม ดูล้าสมัย ข้อมูลน่าจะไม่มีการอัพเดท ดังนั้นธุรกิจควรอัพเดทและออกแบบหน้าเว็บไซต์ใหม่อย่างน้อยๆ ทุกๆ 2 ปี เพื่อไม่ให้เนื้อหาและรูปแบบเว็บไซต์แลดูเก่า ล้าสมัยจนเกินไป
2. หน้าเว็บไซต์มีแต่โฆษณา
เราสามารถออกแบบวางโฆษณาบนเว็บไซต์ของเราไว้ที่จุดใด หรือจำนวนมากเท่าไหร่ก็ได้ตามต้องการ เพราะมันไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่การที่หน้าเว็บไซต์เต็มไปด้วยโฆษณา จะเป็นการทำให้ผู้ใช้งานหาเนื้อหาหรือสิ่งที่ต้องการอ่านจริงๆ ได้ยากขึ้น และนำไปสู่การกดออกจากหน้าเว็บไซต์ของคุณไปในที่สุด
3. ไม่มีทำ Website Optimization ให้รองรับเครื่องมือเข้าใช้งานที่แตกต่างกัน
ส่วนใหญ่แล้วธุรกิจมักออกแบบเว็บไซต์ผ่านคอมพิวเตอร์จนลืมตระหนักถึงไปว่าหากเว็บไซต์ถูกใช้งานผ่านมือถือแล้ว รูปแบบที่ตั้งใจจัดวางมาเป็นอย่างนี้เมื่อเสพผ่านคอมพิวเตอร์ กลับดูเละเทะ วางไม่เป็นระเบียบทันทีเมื่อเสพผ่านอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่อย่างมือ4659ถือ จากผลสำรวจมากว่า 30% ของผู้ใช้งานเว็บไซต์ผ่านโทรศัพท์มือถือหรือ Ipad ต่างๆ พวกเขาเหล่านี้จะกดปิดหน้าเว็บนั้นทันทีที่พบว่าเนื้อหาในหน้าเว็บนั้นถูกวางเละเทะไปหมด
4. เนื้อหาเยอะและยากต่อการเข้าใจ
การวางเนื้อหาที่ไม่เป็นระเบียบ การใช้ขนาดและฟ้อนท์ที่ยากต่อการอ่าน เช่น พวกตัวเขียนต่างๆ การใช้สีตัวหนังสือที่หลากหลายจนเกินไป และการสะกดคำที่ไม่ถูกต้องบ่อยครั้ง
5. เว็บไซต์โหลดนาน
ความเร็วการโหลดเว็บ ต้องไม่ปล่อยให้การโหลดหน้าเว็บนานเกิน 3-5 วินาที โดยสามารถตรวจเช็คความเร็วเว็บไซต์และเรียนรู้รายละเอียดเพื่อแก้ไขให้เว็บไซต์โหลดเร็วขึ้น ได้ที่ Google Page Speed
6. เข้าถึงเนื้อหาหลักด้วยการกดปุ่มต่างๆ
หากธุรกิจวางระบบการนำทางที่ซับซ้อน ผู้ใช้งานต้องคลิ๊กหลายครั้งกว่าจะสามารถเข้าสู่หน้าที่ต้องการอ่านจริงๆ จะทำให้พวกเขาเริ่มเกิดอาการสับสนและออกไปใช้งานเว็บไซต์ของเจ้าอื่นแทน
7. วิดีโอเล่นกดเล่นเองแบบอัตโนมัติ
เวลาเปิดเข้ามาในเว็บไซต์แล้วมีเสียงดังออกมาจากวิดิโอเล่นที่เองแบบอัตโนมัติ จะก่อให้เกิดความตกใจและกดออกจากหน้าเว็บไซต์นั้นออกไปในที่สุด
8. Website Optimization ที่ดีควรมี Call-to-Action ที่ชัดเจน
ไม่ใช้คำพูดที่เชิญชวน หรือกระตุ้นอารมณ์ให้ผู้ใช้รู้สึกอยากกดเข้าไป หรือจัดวางในตำแหน่งที่ถูกสังเกตุเห็นได้ยาก
9. ขอข้อมูลจากผู้ใช้งานมากเกินไป
การรู้ข้อมูลขอลูกค้าให้ได้มากที่สุด ธุรกิจจะจะยิ่งสามารถรู้ใจและผลิตงานออกมาให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น แต่การที่ธุรกิจปล่อยให้ลูกค้ากรอกข้อมูลมากจนเกินไป จะก่อให้เกิดความเบื่อหน่าย และยิ่งเป็ฯการไปลดระดับความพึงพอใจลงอีกด้วย
10. ให้ IDMCouncil ช่วยในเรื่อง Website Optimization สิ!!!
หากคุณได้ลองไล่ Checklist ด้านบนดูแล้วพบว่า อยากได้ Guideline ดีๆ เริ่มต้นทำให้คุณดูเป็นแบบอย่างก่อน เพื่อให้คุณได้เรียนรู้แต่ละขั้นตอนจากการปฏิบัติจริง แล้วค่อยไปต่อยอดได้ต่อไปในอนาคตด้วยตัวคุณเอง IDMCouncil เรามีคอร์สสอนด้านการปรับปรุงเว็บไซต์ ให้ผู้เรียนสามารถออกแบบเว็บไซต์ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ถ่ายทอดความรู้และเคล็ดลับการตลาดที่ต้องร้องว่า “คิดได้ไงเนี้ย” จากผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Marketing มากประสบการณ์ และหลักสูตรการเรียนการสอนที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความรู้ ถูกตรวจสอบ และควบคุมหลักสูตรการเรียนการสอนจาก IBDM สถาบันการตลาดดิจิตอลระดับสากล เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเนื้อหาที่เรียนทันสมัยและได้มาตรฐานอยู่ตลอดเวลา หลังจบหลักสูตร ยังสามารถนำความรู้ไปใช้สอบเพื่อรับใบประกาศนียบัตรใช้สูง IBCDM หรือ International Board Certified Digital Marketer เพื่อรับรองว่าผู้จบเป็นผู้มีความรู้เฉพาะทางทางด้าน Digital Marketing อย่างแท้จริง
นักเรียนที่จบคอร์สไป ใช้ใบประกาศนียบัตรนี้ในการเลื่อนระดับขั้นเงินเดือนให้สูงขึ้นมากกว่าเดิม หรือแม้แต่ผู้เรียนที่เป็นระดับนักศึกษาก็ใช้ความรู้และเทคนิกจากคอร์สเรียนของเราในการตอบสัมภาษณ์เพื่อให้ได้งานสายการตลาดดิจิตอล