Digital Transformation

ถอดบทเรียน เปลี่ยนโฉมรูปแบบธุรกิจระดับเซียน จาก Sizzler

วันนี้ แอดมินได้มีโอกาสได้ไปทานอาหารที่ร้านเสต็กชื่อดังแห่งนึงเป็นวันแรก หลังรัฐบาลประกาศผ่อนปรน Lockdown ธุรกิจห้างสรรพสินค้า / ศูนย์การค้า และร้านอาหารให้กลับมาเปิดให้บริการได้ ภายใต้ความเข้มงวดทางด้านสุขอนามัย และได้พบกับมาตราการการรับมือที่ค่อนข้างน่าสนใจของ “Sizzler” ที่เรียกได้ว่า Sizzler ขออยู่ในไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคตั้งแต่ ‘เช้าถึงเย็น’ เลยอยากเอามาเขียนแชร์เผื่อลูกเพจอยากจะลองเอาไปเป็นไอเดียปรับใช้กับธุรกิจของตนเอง

เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป เริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ความสะอาดและพิถีพิถันในการเลือกรับประทานอาหารถูกยกขึ้นมาเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจรับบริการใดๆ รองลงมาเป็นการตอบโจทย์ในเรื่องของความเร่งรีบและความใช้งานง่ายสะดวกสบาย

Photo Credit : Facebook SizzlerThai

1) Touch-less Menu
หลังการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค ธุรกิจจึงต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอบริการแบบใหม่ให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคตามไปด้วย อีกทั้งจำเป็นต้องตอบรับมาตรการเข้มงวดทางด้านสุขอนามัย ด้วยกระแส Digital Transformation การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ภายในองค์กรเพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าอีกทั้งช่วยเพิ่มโอกาสเติบโตของธุรกิจให้มากขึ้น โดยทางร้านได้ผลิตสติ๊กเกอร์ Touch-less Menu มาติดทุกมุมโต๊ะที่เปิดให้บริการ ลูกค้าสามารถสแกน QR Code นี้เพื่อเข้าไปดูเมนูอาหารแบบออนไลน์ ซึ่งวิธีการนี้ นอกจากจะถูกใจลูกค้ามากๆ แล้ว ทางร้านยังสามารถใช้ประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยีนี้ในการอัพเดทเมนูใหม่ๆ หรือการนำเสนอโปรโมชั่นต่างๆ ได้ตลอดเวลา ลดต้นทุนในกระบวนการจัดพิมพ์อีกทั้งประหยัดเวลาสามารถแก้ไขได้ทันทีที่ต้องการได้ด้วย

Photo Credit : Facebook SizzlerThai

2) Touchless Payment
 “สลัดบาร์” หนึ่งใน Signature of Sizzler ตัวช่วยดึงดูดลูกค้าชั้นเลิศ ที่ Sizzler ทำได้อย่างดีเยี่ยมมาตลอดและแตกต่างจากคู่แข่งรายอื่นเลย ถูกปรับเปลี่ยนวิธีการให้บริการโดยจากเดิมทุกคนสามารถเอ็นจอยกับการเลือกตักผักสดหรือซุปรสชาติที่ชื่นชอบได้แบบจุใจ ไม่มีอั้น ตอนนี้ทางร้านได้เตรียมแผ่นเมนูสลัดบาร์ไว้ให้ในทุกๆโต๊ะ ลูกค้าสามารถติ๊กเลือกรายการอาหารที่ต้องการแล้วส่งมอบให้กับพนักงาน จากนั้นไม่นานพนักงานจะนำอาหารมาเสิร์ฟให้ถึงที่ ผลตอบรับที่ได้จากการบริการในวันแรกๆ Sizzler ได้นำมาวิเคราะห์และปรับปรุงเพื่อให้ตอบโจทย์โดนใจลูกค้ามากที่สุด พวกเขาพบว่า เสน่ห์ของสลัดบาร์นั้นแท้จริงแล้วอยู่ที่การได้เดินไปตักด้วยตนเองมากกว่า ด้วย Culture ของคนไทยที่มีความเกรงใจเป็นทุนเดิม ทำให้การนั่งติ๊กเลือกเมนูให้พนักงานนำมาเสิร์ฟให้ ไม่ถูกใจเท่าการที่สามารถเดินไปตักเองได้แบบจุใจ จะตักพูนแค่ไหนก็ไม่มีใครว่า Sizzler จึงออกนโยบายให้สามารถเดินไปตักมารับประทานเองได้ตามเดิม แต่ต้องเว้นระยะห่างระหว่างกัน 1 เมตรขณะตักสลัดบาร์ 

Photo Credit : Facebook SizzlerThai

3) Sizzler Cloud Kitchen
ปัจจุบัน Sizzler มีสาขาตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำเพียง 57 สาขาเท่านั้น ซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่ครอบคลุมและไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค ปัญหานี้ได้รับการแก้ไขโดยการเปิด Sizzler Cloud Kitchen ให้เป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคในรูปแบบการเสิร์ฟอาหารแบบ Delivery เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น สร้างโอกาสในการขายให้ครอบคลุมพื้นที่ที่สาขาเข้าไปไม่ถึง และเพื่อคงความสดใหม่ของวัตถุดิบให้ใกล้เคียงกับการเข้ามารับประทานในร้านให้มากที่สุด

Photo Credit : Facebook SizzlerThai

4) Sizzler To Go
โจทย์ยากอีกหนึ่งข้อ ทดสอบความแกร่งของ Sizzler คือ สเต็ก ไม่ใช้อาหลักของชาวไทยเลย อีกทั้งอุปสรรค์ของสเต็กคือ ถ้าไม่เสริร์ฟตรงจากเตา ความอร่อยก็ลดน้อยลง ซึ่งปัญหานี้ถูกแก้สมการด้วยการคิดค้นเมนูอาหารจานเดียว เพื่อตอบโจทย์เรื่องความสะดวกสบายอีกทั้งช่วยในเรื่องของการ Delivery ที่สะดวกและเสิร์ฟเร็วทันใจลูกค้าได้อีกด้วยหลังจากให้บริการ Delivery พบว่าช่วงเวลาหลักที่ลูกค้าใช้บริการ ยังคงเป็น Meal Time คือ มื้อกลางวัน และมื้อเย็น แต่จะกระจายช่วงเวลากว้างขึ้น เช่น มื้อกลางวัน ลูกค้าเริ่มสั่งกันตั้งแต่ 11.00 จนไปถึงช่วงบ่าย

 ถ้า Sizzler ต้องการเติบโตมากกว่านี้ จำเป็นต้องเข้าไปครอบครองพื้นที่การตัดสินใจเลือกรับประทานอาหารของผู้บริโภคให้ได้ทั้ง 3 มื้อ และมื้อระหว่างวัน

Sizzler จึงพัฒนาโมเดลใหม่ “Sizzler to go” สเตชั่นจำหน่ายสินค้าตามสถานี BTS ผลตอบรับที่ได้คือ Sizzler เข้าไปอยู่ในทุกช่วงเวลาของผู้บริโภคได้จริงๆ จากการตีโจทย์แตกในเรื่องของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบเร่งรีบในช่วงเช้า และตอบโจทย์ความสะดวกสบาย ง่าย และรวดเร็วในมื้อระหว่างวัน

Photo Credit : Facebook SizzlerThai

นี้เป็นตัวอย่างของธุรกิจที่สามารถนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ภายในองค์กรณ์ได้สำเร็จ อยากให้ลูกเพจลองศึกษาแล้วตกตะกอน สำรวจรูปแบบธุรกิจของต้นเองให้ตอบรับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปให้ได้ เพื่อให้ธุรกิจของคุณได้ไปต่อในยุคที่ถ้าไม่เปลี่ยนวันนี้ ไม่รอดแน่ๆ

Digital Transformation รู้จักไว้ ใช้ให้เป็น กับ IDMCouncil
สำหรับคนที่กำลังหางานสาย Digital Marketing หากคุณไม่ต้องการเสียเวลา เสียอารมณ์กับผลสัมภาษณ์ที่ไม่ผ่านสะที เพราะเตรียมความพร้อมไม่มากพอ อีกทั้งไม่มี “เทคนิค” ในการสัมภาษณ์ให้ผ่าน เช่นเดียวกันกับการรู้จัก Digital Transformation แต่ยกตัวอย่างไม่ได้ ใช้เองไม่เป็น เปอร์เซ็นต์การที่บริษัทจะตอบรับคุณเข้าทำงานก็ยิ่งน้อยลง เตรียมตัวให้พร้อมกับ IDMCouncil การันตีความสำเร็จโดย นักเรียนที่จบคอร์สไป ใช้ใบประกาศนียบัตรจากเราในการเลื่อนระดับขั้นเงินเดือนให้สูงขึ้นมากกว่าเดิม หรือแม้แต่ผู้เรียนที่เป็นระดับนักศึกษาก็ใช้ความรู้และเทคนิกจากคอร์สเรียนของเราในการตอบสัมภาษณ์เพื่อให้ได้งานสายการตลาดดิจิตอล

แล้วการเดินทางสาย Digital Marketing ของคุณจะไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป

คอร์สเรียนอื่นๆ
เรามีคอร์สเรียนคุณภาพมากมาย ให้คุณเลือกคอร์สที่เหมาะสมกับคุณที่สุด 

Certified Digital Marketing professional

เป็นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการปูพื้นฐานทางด้านการตลาดดิจิตอล

ราคา:  29,900

Advanced Digital Marketing Certificate

คอร์สที่จะทำให้คุณรู้ลึกเเละเชียวชาญเรื่อง Digital Marketing มากยิ่งขึ้น

ราคา : 35,000

Mastership In Advance Digital Marketing

เป็นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการปูพื้นฐานทางด้านการตลาดดิจิตอล

ราคา:  145,000

One Day Course

คอร์สระยะสั้นเพียง 1 วัน ที่จะทำให้คุณเรียนรู้หลักสูตรเฉพาะทางที่คุณต้องการ โดยมีคอร์สให้เลือกเรียนมากถึง 7 คอร์ส

 

ราคา : 6,500

Basic Course

ทำความเข้าใจรากฐานสำคัญของ Digital Marketingพร้อมช่วยแนะนำด้านการตลาดออนไลน์เพื่อตั้งเป้าหมายสำหรับธุรกิจของคุณ

ราคา : 3,500

Digital Marketing Specialist

เจาะลึกเนื้อหาการตลาดออนไลน์แบบเฉพาะทาง Search , Social Align Your Skills, Strategy & Plann

ราคา: 29,000

สอบถาม เพิ่มเติม ?

เราพร้อมที่จะตอบข้อสงสัย พร้อมให้คำปรึกษาและคำแนะนำให้กับคุณ

 02-109-9992  l @idmcouncil