เขียนคอนเทนต์ติดอันดับเว็บไซต์ วางแผนด้วยการใช้ Keyword Planner

สร้างคอนเทนต์หรือบทความให้ประสบความสำเร็จในยุคดิจิตอล ไม่ได้มีเพียงแค่การทำคอนเทนต์ให้มีประโยชน์แก่ผู้อ่านอย่างเดียวเท่านั้น แต่การเลือก คำที่ใช่ (Keyword) เอาไว้บนคอนเทนต์ หรือว่าบทความ ก็เป็นส่วนที่สำคัญในการสร้างคอนเทนต์ หรือการทำ SEO (Search Engine Optimization) ให้กับเว็บไซต์ของเรา ซึ่งปัจจุบันก็มีเครื่องมือที่จะทำให้นักการตลาด หรือนักสร้างคอนเทนต์ สามารถค้นหาคำที่ใช่ และสามารถที่จะทำให้รู้ว่า ควรจะใช้คำไหน รูปแบบไหนดี ที่จะนำมาวางไว้บนเนื้อหาของเรา เพื่อที่จะทำให้คอนเทนต์ของเรานั้น ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น เพิ่มอันดับ SEO (Search Engine Optimization) ได้ดีขึ้น

วันนี้ IDMCouncil จะพาทุกๆคนไปรู้จักกับเครื่องมือสำคัญบน Google Ads ที่จะทำให้นักสร้างคอนเทนต์ เจอคำที่ใช่ ด้วยการใช้ Keyword Planner คืออะไร? พบคำตอบได้จากบทความนี้กันเลย

Google Keyword Planner หรือ Keyword Planner
คือ เครื่องมือที่ใช้เพื่อตรวจสอบคำค้นหา หรือ Keyword ซึ่งจะแสดงข้อมูลจำนวนครั้งที่ค้นหาในแต่ละเดือน
และปริมาณการแข่งขันของ Keyword โดยจะแสดงราคา Bid หรือราคาประมูลเฉลี่ยในช่วงนั้น

Google Keyword Planner หรือ Keyword Planner
คือ เครื่องมือที่ใช้สำหรับตรวจสอบคำค้นหาบน Google Search Engine ที่มีให้ใช้บริการฟรีบน Google Ads โดยจะเหมาะสำหรับนักการตลาดดิจิตอล ที่ต้องการสร้างคอนเทนต์ หรือบทความ ให้ติดอันดับการทำ SEO (Search Engine Optimization) และต้องการทำโฆษณา SEM (Search Engine Marketing) บน Google Ads ซึ่งจะสามารถตรวจสอบได้ว่า ในแต่ละเดือนการค้นหาของคำนั้นๆมีปริมาณเท่าไหร่ อยู่ในกระแสคำค้นหาในปัจจุบันหรือไม่ มีคู่แข่งมาก หรือน้อยแค่ไหน ที่ใช้คำนั้นอยู่ ซึ่งหากต้องการสร้างคอนเทนต์ติดอันดับ และต้องการเพิ่ม Traffic ให้แก่เว็บไซต์ การใช้เครื่องมือ Keyword Planner จะช่วยให้เข้าใจถึงสิ่งที่ผู้บริโภคและคนทั่วไปกำลังต้องการ รวมไปถึงเทรนด์ต่าง ๆ ที่กำลังอยู่ในกระแสช่วงนั้นอีกด้วย

เริ่มต้นใช้งาน Google Keyword Planner
สำหรับการเริ่มใช้งานนั้น จะต้องเข้าใช้ผ่าน Google Ads สามารถเข้าใช้งานได้โดยจำเป็นจะต้องมี Google Account กันเสียก่อน ซึ่งสามารถเข้าใช้ด้วยบัญชีส่วนตัว หรือบัญชีสำหรับธุรกิจก็ได้

ดูวิธีเข้าใช้งาน Google Ads ได้ที่บทความนี้
เข้าใช้งาน Google Keyword Planner ได้ที่นี่

วิธีใช้งาน Google Keyword Planner
หลังจากที่มี Google Account กันแล้ว การเข้าใช้งาน Keyword Planner ในครั้งแรก สามารถเข้าได้ที่ Tools & Settings ที่อยู่ในแถบด้านบนของ Google Ads โดยจะแสดงเครื่องมือที่มีทั้งหมด และการตั้งค่าบัญชี และเลือกที่ Keyword Planner ที่อยู่ในช่องแรก (PLANNING)

เมื่อเข้ามาแล้ว Google Ads จะมีการแบ่งวิธีหา Keyword อยู่ 2 รูปแบบ

– Discover New Keywords
คือรูปแบบการหา Keyword ใหม่ๆ ที่ผู้คนน่าจะสนใจตามแต่ละสินค้าและบริการนั้นๆ หรือตรวจสอบคำที่เราคิดว่าน่าจะกำลังเข้ากับกระแสในปัจจุบัน ซึ่งระบบจะแสดงข้อมูลจากคำที่เราต้องการได้มากที่สุด 10 คำ เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบแต่ละคำที่เราต้องการ และตัวระบบเองสามารถที่จะวิเคราะห์คำค้นหา หรือคีย์เวิร์ดที่คิดว่าน่าจะเหมาะกับรูปแบบคำค้นหาที่เราต้องการให้ โดยเราสามารถ Download Keyword Ideas ออกมาเป็นไฟล์ได้เพื่อให้เราวางแผนคำที่เราต้องการใช้ได้ตรงกลุ่มเป้าหมายและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

– Search Volume and Forecasts
คือเครื่องมือ ที่สามารถดูข้อมูล Search Volume หรือปริมาณการค้นหาต่อเดือนของในแต่ละคีย์เวิร์ด และตัวชี้วัดอื่นๆได้ เช่น อัตราการแข่งขัน ราคาคลิกสูงสุด ต่ำสุด และแผนภาพรวมคร่าวๆว่าหากเราใช้คีย์เวิร์ดชุดนี้ ควรคำนวนการใช้ค่าโฆษณาต่อเดือนเท่าไหร่ และผลลัพธ์จากการคลิกจะได้กลับมาเท่าไหร่ ซึ่งมีประโยชน์สำหรับคนที่มีลิสต์คีย์เวิร์ด หรือชุดคำค้นหาอยู่แล้ว ทำให้สามารถวางแผนได้ว่าควรใช้งบค่าคลิกต่อเดือน เท่าไหร่ดี

1) Discover New Keywords
สำหรับการค้นหาคีย์เวิร์ดรูปแบบนี้ สามารถใส่คำที่เราต้องการค้นหาได้สูงสุด 10 คำเพื่อที่จะตรวจสอบปริมาณการค้นหาในแต่ละเดือน และการแข่งขันของแต่คีย์เวิร์ดที่เราต้องการใช้ โดยสามารถใส่คีย์เวิร์ดทั้งหมดและกด Get Result ได้เลย

โดยระบบจะแสดงข้อมูลของแต่ละคำที่เราต้องการใช้ ตามข้อมูลดังนี้

  • Average monthly searches
    – จำนวนเฉลี่ยการค้นหาต่อเดือนของแต่ละ Keyword ที่เราใส่เอาไว้
  • Competition
    – ระดับการแข่งขันของแต่ละ Keyword ที่เราใส่เอาไว้โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ระดับ
    – High / Medium / Low ซึ่งระดับของแต่ละ Keyword จะมีผลต่อประสิทธิภาพของคอนเทนต์เรา โดยจะต้องวางแผนเพื่อที่จะใช้แต่ละคำให้ตรงกับแต่ละวัตถุประสงค์อีกด้วย
  • Top of page bid (low range)
    – การแสดงราคา Bid หรือราคาประมูลเฉลี่ยในตำแหน่งต่ำสุด หรือตำแหน่งลำดับท้าย ๆ ของลำดับการค้นหาบน Google Search Engine
  • Top of page bid (high range)
    – การแสดงราคา Bid หรือราคาประมูลเฉลี่ยในตำแหน่งสูงสุด หรือตำแหน่งบน ๆ ของลำดับการค้นหาบน Search Engine ภาพด้านล่าง เป็นตัวอย่างการค้นหา

2) Search Volume and Forecasts
เมื่อเราได้กลุ่มคำค้นหาทั้งหมดที่เราต้องการแล้ว ก็สามารถที่จะใช้เครื่องมือ Search Volume and Forecasts เพื่อดูตัวชี้วัดอื่นๆได้ เช่น อัตราการแข่งขัน ราคาคลิกสูงสุด ต่ำสุด และแผนภาพรวมคร่าวๆว่าหากเราใช้คีย์เวิร์ดชุดนี้ ควรคำนวนการใช้ค่าโฆษณาต่อเดือนเท่าไหร่ดี โดยจะแสดงข้อมูลตามรูปประกอบด้านล่างนี้เป็นตัวอย่างเลย

Trick*
– ค้นหาไอเดียในการสร้างคอนเทนต์ ด้วยการเสิร์ชหา Keyword มากกว่า 1 คำขึ้นไปทุกครั้ง
– ค้นหา Keyword ที่มีแนวโน้มว่าสามารถสร้างกำไรได้จาก Suggested Bid
– เลือก Keyword Volumes ยอดฮิตได้จากเมื่อใช้ฟิลเตอร์ Location

สรุป

โดยสรุปแล้ว Google Keyword Planner นั้นถือว่าเป็นเครื่องมือสำหรับการทำการตลาดดิจิตอลที่สำคัญมากอีกอย่างหนึ่ง สำหรับนักการตลาดดิจิตอลที่ทำงานเกี่ยวกับเว็บไซต์ นักสร้างคอนเทนต์ และนักทำโฆษณาบน Google Ads เพื่อทำให้เว็บไซต์และเนื้อหาของเราติดอันดับการทำ SEO และปรับแต่งแคมเปญโฆษณาของเราได้ จากการวางแผน Keyword ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของเรา และเลือกใช้คำที่ติดเทรนด์ มี Search Volume จำนวนมาก เพื่อให้คอนเทนต์ของเรามีจำนวนการเข้าถึงที่มากขึ้น สร้างการเข้าถึงให้กับเว็บไซต์ คัดเลือก Keyword และคำค้นหาที่ต้องการและใช้เครื่องมือในการ Forecasts แคมเปญโฆษณาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทความอื่นๆ

คอร์สเรียนอื่นๆ
เรามีคอร์สเรียนคุณภาพมากมาย ให้คุณเลือกคอร์สที่เหมาะสมกับคุณที่สุด 

Mastership In Advance Digital Marketing

เป็นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการปูพื้นฐานทางด้านการตลาดดิจิตอล

ราคา:  145,000

Advanced Digital Marketing Certificate

คอร์สที่จะทำให้คุณรู้ลึกเเละเชียวชาญเรื่อง Digital Marketing มากยิ่งขึ้น

ราคา : 35,000

Digital Marketing Specialist

เจาะลึกเนื้อหาการตลาดออนไลน์แบบเฉพาะทาง Search , Social Align Your Skills, Strategy & Plann

ราคา: 29,000

Certified Digital Marketing professional

เป็นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการปูพื้นฐานทางด้านการตลาดดิจิตอล

ราคา:  29,900

One Day Course

คอร์สระยะสั้นเพียง 1 วัน ที่จะทำให้คุณเรียนรู้หลักสูตรเฉพาะทางที่คุณต้องการ โดยมีคอร์สให้เลือกเรียนมากถึง 7 คอร์ส

ราคา : 6,500